ชวนลงทุนเปิดร้านยำ แบรนด์ดังยืนหนึ่งจากเชียงใหม่

ยำปูม้าเจ็ดยอด แฟรนไชส์ คืนทุนไวกำไรงาม แม้ยามโควิด

ร้านยำปูม้าเจ็ดยอด ประกาศชวนผู้สนใจลงทุนทำธุรกิจแฟรนไชส์ ลงทุนจ่ายครั้งเดียวจบ เปิดร้านได้ทันที ย้ำมั่นใจจะถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จที่พิสูจน์แล้วว่าขายได้จริง กำไรจริง และมีผู้สนใจลงทุนจริง กระทั่งปัจจุบันมีผู้ร่วมธุรกิจแฟรนไชส์กับทางร้านไปแล้วกว่า 21 รายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบน ตั้งเป้าในปี 64 พร้อมขยายมายังภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และวางแผนขยายเปิดครอบคลุมทั่วประเทศในอนาคต

สนใจ โทรมือถือ : 089-7581936

ความเป็นมา

ร้านยำปูม้าเจ็ดยอด เป็นร้านยำสไตล์โมเดิร์นที่เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยคุณณัฐกานต์ ศรีบุญเรือง หรือคุณนัทเจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์ยำปูม้าเจ็ดยอด และเป็นผู้ก่อตั้ง คุณนัทบอกว่า “ร้านนี้ได้รับผลตอบรับเกินคาดมาตั้งแต่เปิดร้านแรกๆ ยอดขายปังๆมาตลอด ซึ่งสิ่งที่มัดใจครองใจลูกค้าแบบเหนียวแน่น ก็เพราะร้านเราจะเน้นเรื่องความสด สะอาดอร่อย น้ำยำสุดแซ่บแสนสุดจะบรรยาย แถมราคาไม่แพงและถูกแบบสุดๆ ต้องยกให้เราครับ ลูกค้าจะได้ทานยำ ปูม้าเพียงตัวล่ะ 40 บาท 3 ตัว 120 บาท แถมตำและยำให้แบบ "ฟรี"ๆไม่มีเงื่อนไข มีบริการทั้งแบบสดและแบบสุก ที่สำคัญยังมีอาหารทะเลอย่างอื่นให้บริการ อีกเช่น กุ้งหอยนางรม หอยแครง ปลาแซลมอน หมึกสายชนิดสดแบบวันต่อวัน เพราะสุขภาพของลูกค้าต้องมาก่อนเสมอครับ”

ความเป็นมาก่อนจะมาเปิดร้านยำปูม้าเจ็ดยอด คุณนัท เล่าว่า “เริ่มจากทำโบรกเกอร์ที่ดินมาก่อน และมีความคิดอยากเปลี่ยนอาชีพเนื่องจากเศรษฐกิจที่ทดถอย ก็เลยมาคิดว่าเราทำอาหารก็น่าจะดีนะเพราะเราเองก็มีฝีมือด้านการทำอาหารพอสมควรเหมือนกัน จะทำอาหารอะไรขายดี ทำแกง หรืออาหารตามสั่ง พอดีมีน้องมาบอกว่าที่ กทม. มียำปูม้า ขายตัวละ 25 บาท(สมัย 4 ปีที่แล้ว) ไม่เหมือนเชียงใหม่ ราคาไม่ต่ำกว่า 300-400 บาทต่อกิโลกรัม   ก็สนใจและเริ่มหาข้อมูล สุดท้ายก็ได้ปูม้าตามสเปคที่ต้องการ จากนั้นก็มาคิดสูตรอาหาร ทำอย่างไรให้น้ำยำของเรามีเอกลักษณ์ คือถ้ามากินรสชาตินี้ต้องร้านนี้เท่านั้น ซึ่งหลังจากเปิดร้านขาย อาทิตย์แรกก็บูมเลย มีคนช่วยแชร์เพจ กดไลค์ หลายพัน ทำให้เราเข้าถึงคนจำนวนมากและในพื้นที่นั้นฮือฮา เพราะวัตถุดิบที่นำมาขายดูแพง แต่ขายราคาถูกได้

เริ่มจากทุน 40,000 ขยายไป กว่า 23 สาขา

ปัจจุบันกิจการ ยำปูม้าเจ็ดยอด มีการเติบโตและขยายสาขาในภาคเหนือตอนบน กว่า 23 สาขา และกำลังจากขยายต่อเนื่องมายังภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และกรุงเทพ ในอนาคตกันใกล้ ซึ่งคุณนัทบอกว่า ในจุดเริ่มต้นนั้น ร้านสาขาแรกที่เปิด เป็นเพียงร้านห้องแถวเล็กๆ ขนาด 4*6 ตารางเมตร และอยู่ในซอยลึก ซึ่งเป็นซอยเดียวกับสาขาเจ็ดยอดในปัจจุบัน ร้านแรกใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 40,000 บาท เริ่มจาก 6 โต๊ะ ในช่วงบูมมีโต๊ะบริการไม่พอ ลูกค้าต้องรอถึง 2 ชั่วโมงกว่าจะได้ทาน เมนูซิกเนเจอร์ ก็คือยำปูม้า คือตัวเดียวฉันก็จะขาย ทำให้กลายเป็นว่า อยากมากินปูม้ายำ ต้องมาที่เรา จนลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น ขยายโต๊ะก็ไม่พอวันละ 200-300 ออเดอร์ ทำให้ต้องหาทำเลใหม่ ที่กว้างกว่านี้ มีที่จอดรถ เราก็ต้องหาที่แถวนั้น โชคดีมากเขาเซ้งพอดี พอเราเปิดปุ๊บ เต็มทุกโต๊ะ 20 โต๊ะ คือรถติดตั้งแต่ปากซอยหน้าวัด ยันท้ายซอยเลย เอาง่ายๆ คือ จนเทศบาลมาร้าน เขาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนั้นทำการรีโนเวทร้านที่เซ้งต่อมา ใช้งบไปประมาณ 200,000 บาท ก็สามารถคืนทุนได้ในเวลาเพียงแค่ 2 อาทิตย์เท่านั้นเอง

เรียนรู้สร้างธุรกิจจากสมาคมการค้าเอสเอ็มอี และ แฟรนไชส์ไทย

จากนั้นก็มีคนติดต่อจะขอซื้อแฟรนไชส์เยอะมาก ช่วงแรกยังไม่ขายให้ใคร เพราะไม่มีความรู้ด้านนี้มาก่อนและอยากศึกษาเรื่องทำสัญญาแฟรนไชส์เพิ่มเติม จนไปสืบหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตว่ามี สถาบันไหนสอนเรื่องสัญญาแฟรนไชส์บ้าง ก็มาเจอบทความในเว๊ปไซด์ของสมาคม และทราบว่ามีเปิดคลาสสอนเรื่องแฟรนไชส์ ตัดสินใจสมัครและไปเรียน เรียนรู้วิธีขายแฟรนไชส์ วิธีขยายสาขาเพื่อจะได้กระจายลูกค้าออกไปข้างนอก  ให้แบรนด์เราเป็นที่รู้จักในคนทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่ที่เชียงใหม่ และได้กระจายการลงทุนให้กับผู้สนใจลงทุน

รสชาดติดใจ ขายได้หลายกลุ่ม

คุณนัทบอกเคล็ดลับ ที่ทำให้ลูกค้ามาทานได้บ่อยๆ ว่า “ร้านเราลูกค้ามาทานได้ทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย เพราะทานได้ตั้งแต่ครอบครัว ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ลูก ทานได้หมด เพราะตอนทำยำกับส้มตำแรกๆ จะมีลูกค้ากลุ่มเล็ก ๆ เช่น พวกวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา แต่พอร้านใหญ่ขึ้น เราก็อยากให้กลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น เราก็เลยมีการขยายเมนูเพิ่มขึ้นมา กลายเป็นว่า ร้านเราจะมีอาหาร 4 ประเภทให้บริการ คือ ยำ, ส้มตำ, ของทอด และอาหารอีสาน เช่น ลาบอีสาน, ตับหวาน, น้ำตก,ต้มแซ่บ

สิ่งที่ทำให้ลูกค้าติดใจ จะมีอยู่ 4 อย่าง อย่างแรกคือ 1.เรื่องรสชาติ คือถ้าไม่อร่อยเขาก็ไม่กลับมา 2.เรื่องบริการ อันนี้ก็สำคัญ เราจะเน้นลูกน้องมากๆ แม้เราจะขายราคาหลักสิบ แต่ให้บริการหลักล้าน 3.ส่วนคุณภาพวัตถุดิบ อันนี้สำคัญ ถ้าเราขายอาหารทะเล ถ้าไม่สด และไม่สะอาดนี่ อาจทำให้ลูกค้าท้องเสีย และจะทำให้รสชาติจะไม่โอเค สุดท้ายคือ 4.บรรยากาศและความสะอาดของร้าน อันนี้สำคัญมากเช่นกัน อะไรดีหมด แต่ถ้าร้านสกปรกอันนี้ก็จบนะ สรุปมี 4 อย่าง รสชาติ คุณภาพวัตถุดิบ บริการ และความสะอาด

  

 

ทำการตลาดทุกช่องทาง

ส่วนโปรโมชั่น ถือว่าเป็นงบการตลาดอย่างหนึ่ง   ลดบ้าง แจกบ้าง แถมบ้าง จะสลับทำกันไป ช่องทางการทำการตลาด เน้นทำตลาดทุกช่องทาง สื่อสิ่งพิมพ์แจกใบปลิว วิทยุ ก็จะมี 2-3 คลื่น สื่อโทรทัศน์ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น แล้วก็ส่วนออนไลน์ อันนี้สำคัญมาก วิธีเช็คก็จะใช้วิธีตรวจสอบลูกค้าว่า เขามาจากไหน อะไร อย่างไร เช่น เห็นในเพจ หรือฟังวิทยุมา โดยให้พนักงานเป็นผู้ทำการสอบถาม ตอนที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ

ตั้งเป้าหมายที่จะขยายแฟรนไชส์ 40-50 สาขา ในปี 65

คุณนัท เปิดเผยแผนขยายแฟรนไชส์ ปี 64-65 ว่า “จะเน้นขยายจากเหนือตอนบน ลงไปที่ภาคกลาง และอีสาน เพราะว่าเรื่องการควบคุมการขนส่งวัตถุดิบจะได้ค่อยๆขยับขยาย โดยเป้าหมายใหญ่จะไปทั่วประเทศ และตอนนี้ทางร้านได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ในนาม “บริษัท ยำปูม้าเจ็ดยอด จำกัด”

เงื่อนไขการลงทุน คุณนัทบอกว่า ขายแฟรนไชส์แบบที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน ขายราคาเดียว คือมีแบ่งเป็นภาคเหนือกับต่างจังหวัด ขายราคา 150000 บาท จ่ายเป็นค่า สอนสูตรยำ สูตรตำสูตรอาหารอีสาน สูตรของทอด เรื่องการจัดการบริหารวัตถุดิบ สอนเรื่องการจัดการบริหารสต๊อก สอนระบบการขายหน้าร้าน(POS) สอนเรื่องการยิงแอดโฆษณา เฟสบุ๊ค และมีไฟล์รูปภาพ ไฟล์โลโก้ให้ โดยรูปภาพเหล่านี้ได้จ้างทีมงานกราฟฟิคมาถ่ายก็เกือบแสนแล้ว ราคานี้จะไม่มีอุปกรณ์ หรือค่าตกแต่งร้าน เนื่องจากว่าเราจะไม่ทราบว่าทางผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องการทำร้านขนาดไหน พื้นที่เท่าไหร่ ดังนั้นส่วนนี้จึงขึ้นอยู่กับผู้ลงทุนแฟรนไชส์ ที่จะสามารถบริหารจัดการงบประมาณในกระเป๋าของตัวเองได้เลย ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะมีค่าดูแลและการตรวจสอบมาตรฐานปีละ 1-2 ครั้ง ราคา 5000-10000 บาท (อัตรานี้อาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ใกล้-ไกล

รูปแบบเปิดร้าน

ลักษณะหลักๆ คืออย่างน้อยต้องมีหน้าร้าน มีที่จอดรถ มีเคาน์เตอร์ทำอาหาร เพราะซิกเนเจอร์ของเราคือ ยำสด แบบจานต่อจาน มีโต๊ะให้นั่งทาน ส่วนจะเปิดกี่ตารางเมตร ไม่กำหนด สมมติค่าแฟรนไชส์ 150,000 มีงบ 250,000 ก็เหลือ 100,000 ก็สามรถเปิดร้านได้ อาจจะเช่าห้องขนาดเล็ก 4*6 เมตร ก็สามารถตกแต่งร้านได้เอง มีจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อขายยำ ส้มตำ เนื่องจากการขายยำและส้มตำไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อะไรมากมาย คือตรงนี้ไม่ต้องลงทุนเยอะ แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน อย่างในกรุงเทพ หรือปริมณฑล หากไม่มีที่จอดรถ ก็อาจจะอยู่ใกล้ คอมมูนิตี้มอลล์ บิสสิเนสพารค์ ตลาด ใกล้พวกส่วนราชการ หรือว่าแถวรถไฟฟ้าก็ได้

ขั้นตอนการเปิดและคุณสมบัติผู้ลงทุน

ก็คือก่อนจะเปิด ต้องส่งโลเคชั่นมาให้ดูก่อน ว่าจะเปิดตรงไหน ทำเลต้องไม่ซ้ำกัน หรือไม่ใกล้เคียงกับทำเลที่มีอยู่แล้ว อย่างน้อยต้องห่างกัน 5 ก.ม. ขึ้นไป สองต้องมีหน้าร้าน ไม่ใช่เพิงหรือบูธชั่วคราว สามคุณจะต้องมีใจรักในการทำธุรกิจอาหารหรือว่ามีใจรักในการทำอาหาร ไม่ใช่ว่าแค่เอาเงินลงทุนมาลงแค่อย่างเดียว   และสี่ต้องมีเงินพอที่จะใช้หมุนเวียนในธุรกิจ เพราะไม่อย่างนั้นจะประสบปัญหาในการนำของไปไม่ชำระเงิน หรือ ชำระไม่ตรงตามที่กำหนดอันนี้ก็อาจจะทำดำเนินธุรกิจไปได้ยาก   นัทก็จะบอกว่า คุณจ่ายค่าแฟรนไชส์เสร็จแล้ว ที่เหลือคุณบริหารจัดการในงบประมาณที่คุณมีอยู่ในมือได้เลย เช่นคุณจะไปเช่าห้องขนาดเท่าไหร่ จ่ายค่าเช่าห้องอย่างไร ต้องตกแต่งอะไรบ้าง หรือว่าไม่ตกแต่งอะไรเลย คุณก็จะมีแค่ป้ายของเราแค่อันเดียว หรือสามารถไปซื้อโต๊ะ ซื้อของมือสองอะไรมาก็ได้ อย่างน้อยก็ได้ทำธุรกิจไปก่อน แล้วพออยู่ตัว ก็ค่อยขยับขยายได้ คือไม่ตายตัว เพราะเราเน้นให้คนมีอาชีพ ให้คนได้ทำธุรกิจ อย่างสาขาแฟรนไชส์ที่เปิดเขาก็เริ่มจะขยายเมื่อเขาเริ่มมี หรือบางสาขาเปิดในซอยแต่เราดูแล้วมันโอเค เขาก็เปิดได้ แล้วหากร้านเขาเติบโตขึ้น เขาก็ขยับออกมาข้างนอกได้ เหมือนร้านเดิมเราอย่างนี้ ซึ่งเขาก็พอมีเงินมากพอที่จะไปเช่าเพิ่มได้และทั้งนี้เพื่อควบคุมรสชาติและคุณภาพในเมนูสำคัญๆ ทางแฟรนไชส์จะมีวัตถุดิบ

 

สิ่งแฟรนไชส์ซี่จะได้รับ จากเจ้าของแฟรนไชส์ 4 ตัวหลักๆ คือ

  1. ปูม้า ไม่อนุญาตให้สาขาไปซื้อปูจากที่อื่น เพราะถ้ามีปัญหาขึ้นมา จะทำให้สาขาใหญ่และ สาขาอื่นๆจะได้รับผลกระทบไปด้วย  
  2. น้ำตาลเคี้ยว เราจะมีบริษัทที่ผลิตเพื่อสูตรเราเฉพาะ เราสั่งมาและจะมาเคี้ยวในสูตรของเราอีกทีหนึ่ง  
  3. น้ำตาลตำ น้ำตาลมะพร้าวที่เป็นสูตรพิเศษเฉพาะสำหรับเมนูตำเท่านั้น
  4. สูตรปลาร้า อันนี้สำคัญมากเพราะสูตรปลาร้า ทำมาสำหรับยำปูม้าเจ็ดยอดโดยเฉพาะ หาทานร้านอื่นไม่ได้ เพราะรสชาติไม่เหมือนเรา ที่ร้านเราลูกค้า 80% ส่วนใหญ่ทานปลาร้าทั้งหมด อย่างบางร้านปลาร้าก็อร่อย บางร้านก็คาว อันนี้เพราะอะไร เพราะเขาไม่เคยมานั่งวิจัยสูตรของตัวเอง แต่เราใช้เวลาในการคิดค้นสูตรนี้มาเป็นเวลา 2 ปี เพื่อทำมาสูตรเดียวให้จบครบทุกอย่าง ทั้งตำและยำ

 

ดังนั้นเราจะส่งวัตถุดิบให้แค่ 4 ตัวเท่านั้น โดยสูตรการทำอาหารเรามีให้ ว่าจะต้องใส่น้ำปรุงกี่ช้อนๆ เราจะมีบอกให้ แฟรนไชส์มีหน้าที่แค่ตักและตวงออกมาอย่างเดียว ก็สามารถทำเมนูออกมาได้เลย ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ เราจะมีสเปคให้เขาซื้อหาเองได้ โดยเราจะเป็นผู้ช่วยในการหาวัตถุดิบให้ เช่น หมึกสาย, หอยแครง, หอยนางรม, กุ้งสด และแซลมอน ในหลักสูตรเราก็จะมีวันที่จะพาเขาเดินจ่ายตลาด พาไปให้เขาดูว่าร้านเราซื้อของสเปคแบบไหน ใช้วัตถุที่นอกเหนือจากที่เราส่งให้มีอะไรบ้าง คำนวณต้นทุนให้เขาดูว่าวัตถุดิบแต่ละตัวใช้ได้กี่จาน ต้นทุนต่อจานเท่าไหร่ คิดราคาต่อจานยังไง สอนให้หมดเลย แต่ละสาขาที่เปิดมานี่ยังไม่มีสาขาไหนที่ปิดเลยนะ ขายได้ทุกสาขา กำไรหมดแล้ว ขายดีและเขาก็อยู่ได้ บางร้านขายได้วันละ 4-5 หมื่น ขาย 2-3 วัน ก็ได้ค่าแฟรนไชส์คืนแล้ว ในหลักสูตรสอนเปิดร้าน แฟรนไชส์จะต้องส่งพนักงานเขามาเรียนรู้กรรมวิธีทุกอย่างที่ร้านเรา ที่เชียงใหม่ และในวันที่เปิดร้าน เราจะไปช่วยเขาเปิด โดยมีพนักงานเรา และนัทจะไปช่วยเปิดร้านด้วยไปช่วยซัพพอร์ต ดูแลความเรียบร้อยต่าง ๆ ให้

แนะ โอกาสธุรกิจอาหารมีเสมอ

นัทมองโอกาสในการทำธุรกิจนี้ ว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจเติบโต ไม่สะดุด มีคนสนใจลงทุน เพราะ “สิ่งที่สำคัญที่สุด” คือ เราทำธุรกิจด้านอาหาร ปกติทุกวันนี้ ปัจจัย 4 ของเรา คือ “อาหาร” เพราะที่ 1.อยู่อาศัย คนไม่ซื้อบ้านทุกวัน 2.เสื้อผ้าเครื่องนุ่มห่ม คนก็ไม่ซื้อทุกวัน 3.ยารักษาโรคคนก็ไม่ป่วยทุกวัน แต่ 4. “อาหาร” และเป็นอาหารที่สามารถทานได้เป็นประจำ คนต้องกินวันละสามมื้อ แล้วอาหารที่เราขายก็เป็นอาหารที่เป็นวัฒนธรรมการกินของคนไทยไปแล้วคือ “ส้มตำ” กับ “ยำ” ดังนั้นเลยทำให้เราไม่ว่าจะเจอวิกฤตอะไรก็ตาม แม้เราจะเจออะไรทุกรูปแบบร้านเราก็อยู่รอด คนต้องกิน แม้รัฐบาลสั่งปิดร้านในช่วงโควิดระบาด เราก็ยังมีสั่งกลับบ้าน คีย์ของเราคือ “เราขายอะไรก็ได้ ขายในสิ่งที่คนต้องกินต้องใช้ทุกวัน”

 

ฝากถึงคนที่สนใจว่า ถ้าคุณต้องการที่จะมีอิสระทางด้านอาชีพอิสระด้านอาชีพ แล้วลงทุนไม่สูง แล้วผลกำไรตอบแทนดี มีกำไรชัดเจน ปูม้าเจ็ดยอดเป็นหนี่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด ใน ณ สถานการณ์ปัจจุบัน ใครสนใจติดต่อมาที่

Facebook Fanpage : ยำปูม้าเจ็ดยอด สาขาเชียงใหม่-เจ้าของแบรนด์

มือถือ : 089-7581936