สถานการณ์ แฟรนไชส์ และแนวโน้ม 2559

ตอบคำถาม สำหรับข้อสงสัย ที่สื่อมวลชน หรือ สถาบันต่างถามมา โดยมีหัวข้อที่คล้ายๆกันดังนี้

1.สถานการณ์โดยรวมเทรด์ แฟรนไชส์ ปี 2558

แฟรนไชส์ในรอบปีที่ผ่านมา ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เด่นชัด กับปีที่ผ่านมา จำนวนธุรกิจแฟรนไชส์ก็ยังคงอยู่ในจำนวนบริษัท แฟรนไชซอร์มีอยู่ประมาณ 400-600 ราย และมีจำนวนผู้ประกอบการแฟรนไชซี่ คาดว่าประมาณ 90,000-100,000 ราย

 

สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ กิจการแฟรนไชส์ส่วนใหญ่ เป็นกิจการขนาดเล็ก (ซึ่งมีรูปแบบ ในลักษณะของการขายส่งวัตถุดิบมากกว่า และ มีการตกแต่งร้าน และใช้ชื่อเบรนด์เดียวกัน) ข้อที่สังเกตที่เห็นได้ชัดก็คือ

๐ กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆ ให้ความสนใจ สร้างธุรกิจของตัวเองให้เข้าสู่ระบบแฟรนไชส์กันมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ที่ทำให้นักธุรกิจรุ่นใหม่ๆ ได้มีความรู้ในเรื่องของการจัดการร้านสาขา ระบบมาตรฐานต่างๆ ที่จะทำให้รูปแบบการทำกิจการเปลี่ยนแปลงไป

๐ ความต้องการซื้อธุรกิจ แฟรนไชส์ ก็ยังคงได้รับความสนใจ แต่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ ก็มักต้องการแฟรนไชส์ที่มีแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก และต้องการธุรกิจที่มีสินค้าได้รับความนิยม

2.เทรนด์ 2559 จะแตกต่างจากปีนี้หรือไม่

ด้วยนโยบายของภาครัฐ ที่เน้นให้ความช่วยเหลือของภาค เอสเอ็มอี ซึ่งแฟรนไชส์ ก็คือ หนึ่งในนั้น ที่อยู่ในบัญชีที่จะได้รับการส่งเสริม  แต่ไม่แน่ว่า วิธีการจะได้ผลเพียงไร อย่างไรก็ตาม ธุรกิจแฟรนไชส์ ก็น่าจะอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นจากปัจจัยหลายด้านคือ

๐ นโยบายภาครัฐ เน้นให้ความช่วยเหลือแฟรนไชส์ ถึงแม้ว่าจะมาก หรือ น้อย ก็ย่อมเป็นไปในทางบวก

๐ ความสนใจของนักธุรกิจรุ่นใหม่ เข้ามาศึกษาในเรื่องของการสร้างระบบแฟรนไชส์ กันมากขึ้น อาจมีผลทำให้ในวันข้างหน้า จะมีประเภทของแฟรนไชส์ ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น ธุรกิจบริการด้านรถยนต์ ด้านช่างบริการปรับปรุงบ้าน เป็นต้น

๐ ความตื่นตัว ด้านการเปิดตลาดอาเซียน จะผลักดันให้ หลายคนคิดถึงการขยายสาขาที่ไกลออกไป โดยต้องการใช้รูปแบบของแฟรนไชส์ เป็นเครื่องมือทางการตลาด ที่ทำให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อทำให้เกิดร้านสาขาได้ทั่วตลาดอาเซียน

๐ ภาคการเงิน น่าจะมีความสำคัญที่สุด หากทุกสถาบันการเงิน มีนโยบายจริงจังในการให้การสนับสนุนธุรกิจแฟรนไชส์ และมีกิจกรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายในการส่งเสริม กลุ่มธุรกิจแฟรนไชส์  ก็จะเป็นแรงผลักดันให้แฟรนไชส์ มีการขยายตัวได้เร็วกว่า ได้ผลชัดกว่า

3.ธุรกิจใดบ้าง น่าลงทุน และคาดว่าจะเติบโตได้ดีในปีหน้า

ธุรกิจอาหาร ยังคง เป็นกิจการที่ได้รับการตอบสนองมากที่สุดอยู่เช่นเดิม แต่แฟรนไชส์ธุรกิจ อาหารยังมีช่องว่างอยู่มาก แฟรนไชส์อาหารที่ขายอยู่ จะอยู่ในประเภท ร้านกาแฟ ร้านชานม ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านลูกชิ้น ร้านเล็กๆ หรือ เป็น ร้านพิซซ่า คือ เป็นอาหารที่ยังไม่ตรงใจของผู้ลงทุนนัก ร้านอาหารไทยอร่อยๆ เพียงได้รับการแต่งตัว แต่งร้านให้มีคอนเซ็ปท์ ใส่ระบบงานที่มีมาตรฐานเข้าไป ก็จะกลายเป็นแฟรนไชส์ที่จะได้รับการตอบรับที่เร็ว เช่น ร้านอาหารอีสาน ร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดัง เป็นต้น

4.ปัจจัยหลัก ที่ทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์น่าลงทุน มีอะไรบ้าง ?

๐ แน่นอนที่สุด มีผลประกอบการดี หรือ มีกำไรดี ซึ่งเป็นตัวชี้วัด ถึง การบริหารการจัดการร้านที่ใช่ เช่น เลือกทำเลถูกต้อง คุณภาพสินค้าเป็นที่ต้องการ มีระบบการบริหารจัดการที่เป็นมืออาชีพเป็นต้น

แบรนด์ดัง แฟรนไชส์ ที่มีแบรนด์ เป็นที่รู้จักในตลาด สินค้าเป็นที่ต้องการของลูกค้า คือปัจจัยที่สำคัญ ที่ช่วยผู้ลงทุนไปครึ่งทางแล้ว ส่วนการดำเนินกิจการ ก็จะมาจากการทำงานร่วมกัน

๐ ระบบมาตรฐาน  ผู้ที่ขายแฟรนไชส์ ต้องมีความรู้เรื่องระบบแฟรนไชส์ ระบบควบคุมมาตรฐานสินค้าและบริการ และมีความชำนาญในธุรกิจนั้นๆ อย่างแท้จริง

ความสัมพันธ์ ความสำพันธ์อันดีระหว่างกัน ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คู่ค้า ทั้งสองฝ่าย ทำธุรกิจร่วมกันได้อย่างราบรื่น

ความซื่อสัตย์ ของทั้ง 2 ฝ่าย ไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน คือ ฝ่ายผู้ขายแฟรนไชส์ ควรให้เกียรติแก่ฝ่ายผู้ซื้อแฟรนไชส์ ที่เป็นผู้ที่เป็นแขนขา นำสินค้าไปกระจายสู่ผู้บริโภค ผู้ซื้อแฟรนไชส์ ก็ต้องมีความซื่อสัตย์ ไม่คดโกง และตั้งใจบริหารกิจการให้ประสบความสำเร็จ

5.ทำอย่างไร ของธุรกิจแฟรนไชส์จะประสบความสำเร็จ ในการปรับตัวเข้าสู่ ตลาดอาเซียน ?

ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในการ นำแฟรนไชส์ไปสู่ตลาดอาเซียนได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เขาควร มีความสำเร็จในประเทศก่อน หลายกิจการ ที่มีฝัน แล้วกระโดดเข้าไปเลย จะเกิดผลเสียมากกว่า หากกิจการใดมีความสำเร็จในการทำแฟรนไชส์ในประเทศแล้ว ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะไปสู่ตลาดอาเซียน แต่ที่สำคัญคุณต้องมั่นใจว่า กิจการที่คุณทำอยู่ เป็นสินค้า-บริการ ที่ตลาดต่างประเทศต้องการหรือไม่ ธุรกิจประเภทที่ตลาดต่างประเทศของไทย ก็คือ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ ที่ตลาดต่างประเทศประทับใจ เช่น อาหาร บริการด้านสุขภาพ ความงาม ศูนย์กีฬามวยไทย เป็นต้น

6.สำหรับธุรกิจใหม่ ที่ต้องการให้กิจการของตนเป็นแฟรนไชส์ ต้องเริ่มต้นอย่างไร

๐ หาความรู้ เกี่ยวกับแฟรนไชส์ให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เช่น ข้อมูลในสื่อ ออนไลน์ต่างๆ หรือ จากผู้ที่ประสบความสำเร็จมาก่อน หรือ จากหน่วยการของรัฐที่ส่งเสริม  หรือ จากสมาคมแฟรนไชส์ไทย ที่มีตำรา การอบรมในเรื่องของการสร้างระบบแฟรนไชส์ ระบบบริหารร้านสาขา และ เรื่อง การขายแฟรนไชส์ และการบริหารแฟรนไชซี่ เป็นต้น

๐ เราต้องมีการประเมิน ธุรกิจของตัวเองก่อนว่า สามารถทำแฟรนไชส์ได้หรือไม่ เช่น เป็นกิจการที่มีกำไรหรือยัง ถ้ายังต้องไปพัฒนาธุรกิจของตนเองให้มีกำไรก่อน ร้านเปิดมานานหรือยัง ถ้าเพิ่งเปิดได้ปีเดียว ความชำนาญยังไม่พอ ที่จะสอนให้ผู้อื่น ยังมีอีก 20 ข้อ ที่ต้องประเมินตัวเองให้ชัด เพื่อทำให้มั่นใจว่า มีความพร้อมหรือไม่

๐ ต้องมีร้านต้นแบบ ร้านต้นแบบ เพื่อจัดทำเป็นโครงสร้างต่างๆ เพื่อการขายแฟรนไชส์ เช่น โครงสร้างทางการเงิน,ระบบการบริการ,ระบบการจัดการหน้าร้าน-หลังร้าน เป็นต้น

๐ ต้องมีการจัดทำคู่มือ และ ระบบตรวจสอบมาตรฐานร้าน อันเป็นหัวใจของการทำแฟรนไชส์

๐ มีการสร้างแบรนด์ให้ติดตลาด และมุ่งมั่นในการสร้างความเป็นหนึ่งของตลาดของกลุ่มตัวเอง อันเป็นเส้นทางของความสำเร็จ

๐ สิ่งเหล่านี้ เป็นจุดเริ่มต้น หากผ่านได้ ก็ควรหาความรู้เพิ่ม และทำไปที่ละขั้นตอน ไม่ควรใจร้อน ข้ามขั้นไปสู่การขายแฟรนไชส์ในขณะที่ยังไม่มีความพร้อม จะนำความสูญเสียมาให้มากกว่า

7.กิจกรรมของทางสมาคม ที่จะมีทุกๆปีก็คือ

๐การอบรมเรื่องสร้างระบบแฟรนไชส์,

๐ อบรมเรื่อง ผู้จัดการร้านขั้นเทพ,

๐ เรื่องขายแฟรนไชส์ และการบริหารแฟรนไชซี่,

๐ เรื่องระบบบริหารร้านสาขา

๐ การจัดสัมมนาใหญ่ และการออกบูท Franchide Guide & SME Guide 2016,

๐ การ Coaching คือ ระบบพี่เลี้ยงธุรกิจ

๐ การเทรนนิ่งภายในองค์กร ในหัวข้อต่างๆ

๐ การอบรม ฟรี ให้แก่สมาชิกสมาคม ใน หัวเรื่องที่สมาชิกต้องการ

๐ มีโครงการใหม่อื่นๆ จะแจ้งความคืบหน้าเพิ่มเติมภายหลัง

8.ทิศทางของสมาคม จะเน้นเรื่องใด

๐ เน้นเรื่องการ Coaching การพัฒนาธุรกิจในระบบพี่เลี้ยง ที่เน้นไปสู่ในเชิงปฏิบัติอย่างได้ผล การอบรมจะได้ผลระดับหนึ่ง ที่ให้แนวทางการนำไปใช้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ หลายกิจการยังไม่รู้ว่า จะเริ่มต้นที่ตรงไหน และต้องลงมืออย่างไร ระบบพี่เลี้ยงจะช่วยให้แนวทางต่างๆ เกิดผลได้จริง และมีผลงาน มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนและช่วยให้ผู้ประกอบการมีระบบธุรกิจที่ก้าวหน้า ทันสมัย สามารถเติบโตได้ อย่างมั่นคง

๐ ให้ความร่วมมือ กับภาครัฐ ในการส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ และ เอสเอ็มอี ในกรณีที่มีการแจ้งมา

๐ เน้นในกิจกรรมสร้างสรรค์ใหม่ๆ  ที่ตอบสนองต่อสมาชิกของสมาคมได้ตรงจุด เช่น เรื่องการสร้างร้านต้นแบบ เรื่องทำตลาดอย่างไร ให้ไดเงินเป็นต้น